วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โฮโม เซเปียนส์

โฮโม เซเปียนส์            
  ยุค 250000 ปีก่อน เป็นยุคที่เรียกกันว่า โฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens) มีรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกันมนุษย์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น ทั้งยังสามารถพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อใช้ในการล่าสัตว์ได้ให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมได้
โฮโม เซเปียนส์ เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อประมาณ 300,000 ปีมาแล้ว แต่วิวัฒนาการแตกต่างจรากโฮโม อีเรคตัส อย่างชัดเจนเมื่อประมาณ 100,000 ปี ที่ผ่านมา โฮโม เซเปียนส์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย (subspecies) ได้แก่ โฮโม เซเปียนส์นีแอนเดอร์ธัลเลนซิส (Homo Sapiens Neandertalensis) หรือมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล และโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ (Homo Sapiens Sapiens)

โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ หมายถึงมนุษย์ผู้ชาญฉลาดยิ่ง มีลักษณะทางกายวิภาคต่างจากมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล คือมีหน้าผากตั้งขึ้น สันคิ้วเล็กลง ไม่ยาวติดกัน ท้ายทอยเรียบมนกลม มีฟันซี่เล็กลง กระดูกบอบบางและเดินตัวตรงกว่านีแอนเดอร์ธัล ในขณะที่นีแอนเดอร์ธัลเวลาเดินจะหลังค่อมเล็กน้อยและใบหน้ายื่นไปข้างหน้า โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ ในระยะเริ่มแรกจัดอยู่ในยุคหินเก่าตอนปลาย ตัวแทนแรกๆ ของมนุษย์ในยุคนี้ก็คือ มนุษย์ Klasie ขุดพบในอาฟริกา มนุษย์ Qafzeh และ Skuhl ขุดพบในอิสราเอล มนุษย์โครมันยอง (Cro-Magnon) ขุดพบครั้งแรกที่แหล่งโครงมันยอง ในประเทศฝรั่งเศส มนุษย์โครมันยองมีหน้าผากตั้ง ใบหน้ายาว มีความจุสมองประมาณเกือบ 1,400 ลูกบาศ์กเซนติเมตร ส่วนโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ ปัจจุบันมีความจุสมองประมาณ 1,350 ลูกบาศ์กเซนติเมตร มีสมองส่วนหน้าที่พัฒนาตั้งตรงขึ้นมากที่สุด จึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการมีระบบภาษาที่สมบูรณ์ (full language) เต็มที่ขึ้น และทำให้เผ่าพันธุ์นี้ประสบความสำเร็จมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ซากโครงกระดูกของมนุษย์โครมันยองพบเป็นครั้งแรกที่แคว้นเวลล์ในประเทศอังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1823 และเมื่อ ค.ศ. 1868 ได้พบซากโครงกระดูกของมนุษย์พวกเดียวกันนี้อีกในประเทศฝรั่งเศส พวกนี้มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 35,000 ปีมาแล้ว มีส่วนสูงต่ำกว่า 6 ฟุตเล็กน้อย มีขนาดมันสมองใกล้เคียงกับชาวยุโรปในปัจจุบัน พวกโครมันยองมีชีวิตอยู่ในตอนปลายสมัยหินเก่าและเป็นมนุษย์พวกแรกที่ได้สร้างงานด้านศิลปะคือรูปวาดตามฝาผนังถ้ำ รูปแกะสลักคนและสัตว์ที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ

พัฒนาการของมนุษย์ในยุคออสตราโลพิเธคัส (Australopithecus)

พัฒนาการของมนุษย์ในยุคออสตราโลพิเธคัส (Australopithecus)
ออสตราโลพิเธคัส (Australopithecus) เป็นต้นบรรพบุรุษมนุษย์ในระยะเริ่มแรกที่ปรากฏอยู่เมื่อประมาณ 5 - 4 ล้านปีมาแล้ว แต่ยังอยู่ในสกุล Homo แบบมนุษย์มีความจุสมองประมาณ 450 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีส่วนสูง 3 ฟุตเศษ ยืนตัวตรงมีฟันคล้ายฟันมนุษย์แต่สมองยังมีขนาดเล็ก นักโบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อว่าแม้ออสตราโลพิธิคัสจะรู้จักเดิน 2 ขา แต่การกินอาหารของพวกเขาส่วนใหญ่ก็ยังเป็นผลไม้ เมล็ดพืช พืชหัวต่างๆ เป็นหลักมากกว่าการกินเนื้อสัตว์
ซากฟอสซิลของออสตราโลพิเธคัสที่รู้จักกันดีคือ ลูซี่” (Lucy) ขุดพบที่แหล่งฮาดาร์ (Hadar) ประเทศเอธิโอเปีย โดยหลุยส์ ลีคกี (Louis Leakey) เป็นฟอสซิลที่มีร่างกายเกือบครบทุกส่วน มีอายุประมาณ 2.9 ล้านปีมาแล้ว ลูซี่เป็นโครงกระดูกของมนุษย์เพศหญิงที่สามารถเดินสองขาและยึดลำตัวตรงได้
ซากฟอสซิลของออสตราโลพิเธคัสที่รู้จักกันดีคือ ลูซี่” (Lucy) ขุดพบที่แหล่งฮาดาร์ (Hadar) ประเทศเอธิโอเปีย โดยหลุยส์ ลีคกี (Louis Leakey) เป็นฟอสซิลที่มีร่างกายเกือบครบทุกส่วน มีอายุประมาณ 2.9 ล้านปีมาแล้ว ลูซี่เป็นโครงกระดูกของมนุษย์เพศหญิงที่สามารถเดินสองขาและยึดลำตัวตรงได้
ออสตราโลพิเธคัส วิวัฒนาการแต่กออกเป็น 2 สาย สายหนึ่ง เรียกว่า โรบัสตัน (Robustus) กินพืชที่แข็งและมีกากใยมาก จึงมีฟันกรามและขากรรไกรใหญ่ ใบหน้าใหญ่ กะโหลกศีรษะหนาและมีสันนูนอยู่ตรงกลาง โรบัสตัสสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อประมาณ 1 ล้านปี สายอีกสายหนึ่ง เรียกว่า แอฟริกานัส (Africanus) เป็นพวกที่กินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ทำให้ได้พลังงานมาสร้างพัฒนาการทางสมองมากขึ้น กินอาหารที่แข็งและมีกากใยน้อยลง ทำให้มีฟันกรามและขากรรไกรเล็กกว่าโรบัสตัส กระดูกใบหน้าและกะโหลกศีรษะบาง ไม่มีสันนูนที่กลางกระโหลก ออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส เป็นกลุ่มได้วิวัฒนาการขึ้นมาเป็นมนุษย์สกุลโฮโม (Homo)

มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล ปรากฏเมื่อประมาณ 75,000 ปีกมาแล้ว เนื่องจากขุดพบครั้งแรกบริเวณที่ราบลุ่มนีแอนเดอร์ (Neander) ของประเทศเยอรมัน จึงตั้งชื่อตามที่ราบลุ่มที่ขุดพบ คำว่า tal ในภาษาเยอรมันหมายถึงที่ราบลุ่ม (valley) ลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล คือ มีกะโหลกศีรษะใหญ่ มีความจุสมองมากขึ้น คือ ประมาณ 1,300 ลูกบาศ์กเซนติเมตร ซึ่งมีความใกล้คียงกับมนุษย์ปัจจุบัน สันคิ้วและกระดูกโหนกหน้าผากลาดเอียง มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมีขนาดความสูงประมาณกว่า 5 ฟุตเล็กน้อยการประดิษฐ์เครื่องมือหินแบบมูส์เตเรียน (Mousterian) ซึ่งมีขนาดเล็กลงและมีขอบคมกว่าเครื่องมือหินแบบอาชูเลี่ยน แสดงให้เห็นว่านีแอนเดอร์ธัลใช้เครื่องมือในการทำงานที่ละเอียดประณีตมากขึ้น เช่น แกะสลักไม้และกระดูกสัตว์ เริ่มมีศิลปะการตกแต่งเกิดขึ้น และจากซากโครงกระดูกที่จัดอย่างเป็นระเบียบ รายรอบด้วยเครื่องมือใช้ท่ทำด้วยหินและกระดูกสัตว์ทำให้สันนิษฐานว่าคนเหล่านี้มีพิธีทำสพและอาจมีแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณเป็นอมตะ ซากโครงกระดูกของนีแอนเดอร์ธัลพบในประเทศเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สเปน ยูโกสลาเวีย อิสราเอล อิตาลี เป็นต้นเชื่อกันว่ามนุษย์โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ ซึ่งเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งพัฒนาตัวเองขึ้นในอาฟริกา ได้ก้าวเข้ามาแทนที่มนุษย์นิแอนเดอร์ธัลที่สูญพันธุ์ไป สันนิษฐานว่า อาจเนื่องจากถูกตามล่าฆ่าหมดหรือถูกกดดันหลบไปอยู่ตามที่ห่างไกลจนสูญพันธุ์หมดไป หรืออาจมีบางส่วนผสมพันธุ์ กับโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ แล้วค่อย ๆ กลายมาเป็นโฮโม เซเปียนส์ ในปัจจุบัน จุดหลังนี้เป็นข้อสันนิษฐานซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์การมีภาษาเบื้องต้นน่าจะพัฒนาในช่วงของโฮโม เซเปียนส์ เนื่องจากการวิเคราะห์โครงสร้างกายภาพ พบว่าโฮโม เซเปียนส์ มีกล่องเสียงเคลื่อนลงมาอยู่บริเวณกลางลำคอซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะเปล่งเสียงเป็นภาษาพูดได้ในขณะที่สัตว์ไพรเมตส์ชนิดอื่น รวมทั้งมนุษย์ก่อนหน้านี้มีกล่องเสียงอยู่ในตำแหน่งบนสุดของลำคอ ทำให้ไม่น่าจะสามารถเปล่งเสียงเป็นคำพูดได้นอกจากนี้ พัฒนาการของภาษาพูดยังสัมพันธ์กันกับสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้พัฒนาขึ้น ภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิต นักมานุษยวิทยาพบว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอาจเริ่มมีการประกอบพิธีกรรม โดยเฉพาะพิธีฝังศพ ซึ่งสะท้อนว่าเริ่มมีจินตนาการเรื่องโลกหลังความตาม แต่ก็มีผู้แย้งหลักฐานนี้ว่าดอกไม้ที่พบในหลุมศพอาจเป็นเกสรดอกไม้ป่าที่ปลิวมาได้

มนุษย์ลิง

มนุษย์ลิง
ยุคกำเนิด 70 ล้านปีก่อน เป็นช่วงแรกเริ่มของวิวัฒนาการ จากลิงตัวใหญ่ ขนดก ไม่มีหางและเดินหลังค่อม กลายมาเป็นเดินตัวตรง มีขนน้อย และมันสมองเริ่มใหญ่ขึ้น
มนุษย์ลิง หรือ Homonids จากลิงใหญ่ (apes) ก็กลายมาเป็นมนุษย์ลิง (homonids) มนุษย์ลิง คือมนุษย์ในช่วงเปลี่ยนถ่ายจากลิงใหญ่มาเป็นคน ที่เคยมีตัวตนอยู่ในช่วง 1-2 ล้านปีก่อน กว่าจะมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน มนุษย์ลิงได้ผ่านวิวัฒนาการมาสองช่วง ระยะแรกจัดเป็นพวก homo erectus ระยะหลังคือ homo sapiens พวก homo sapiens นี้แหละที่กล่าวได้เต็มปากว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ปัจจุบัน ลักษณะที่ร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ apes มาจนถึงคน คือการชอบอยู่ร่วมกันเป็นสังคม และการรู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ใครก็ตาม ที่มีคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้รับรองได้ว่า เอาตัวรอดไปได้ดีเป็นแน่
ยุค 2-5 ล้านปีก่อน เป็นยุคที่เรียกกันว่า ออสตราโลพิธีคัส (Australopithecus) หรือเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์เรานั่นเองซึ่งรูปลักษณ์ของออสตราโลพิธีคัสนั้น จะสามารถวิวัฒนาการร่างกายได้จนลำตัวตั้งตรง และมีการประดิษฐ์หรือใช้สอยเครื่องมือต่างๆ ที่ทำจากหินได้บ้างแล้ว เช่นกระบอง หรือค้อนที่ทำจากหิน สำหรับการล่าสัตว์

มนุษย์แตกต่างจากลิงอย่างไร

มนุษย์แตกต่างจากลิงอย่างไร
 ทั้งลิงและมนุษย์ จัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ เดียวกัน เรียกว่า primates ซึ่งมีการแบ่งชนชั้นกันดังนี้
ลิง (monkeys หรือ non-human primates) ได้แก่ ลิงทั่วไปที่เราเห็นอยู่ทั่วไปทุกวันนี้ รวมทั้งลิงโบราณที่เคยมีชีวิต อยู่เมื่อ 2 ล้านปีก่อน ในครั้งนั้นลิงโบราณ ที่เป็นบรรพบุรุษของพวกเรานี้ อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา เชื่อกันว่าแอฟริกาในยุคโน้น เป็นพื้นที่ป่าเขียวขจีมีพืชพันธุ์ ธัญญาหารและน้ำอุดมสมบูรณ์
ลิงใหญ่ (apes) คือลิงที่มีวิวัฒนา-การสูงกว่าลิงธรรมดา มีสมองใหญ่กว่าสัตว์อื่นเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว ได้แก่ ลิงชิมแปนซี ลิงอุรังอุตัง ลิงกอริลลา ลิง ใหญ่สามารถกำมือ แบมือ งอนิ้วได้ มันจึงใช้มือทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น จับเห็บ หยิบก้อนหินขว้างใส่สัตว์อื่น หยิบกิ่งไม้มาแหย่รังแมลง เอาเศษหินมากะเทาะเปลือกถั่ว
ส่วนชะนี หรือ gibbons เป็นลิงที่จัดอยู่ในระดับต่ำกว่า apes เล็กน้อย พฤติกรรมของมันจะอยู่กันเป็นคู่ผัวตัวเมีย อย่างซื่อสัตย์ ห่วงใยซึ่งกันและกันและสามารถร้องได้ด้วยเสียงใกล้เคียงกับมนุษย์ ปัจจุบันลิง apes กำลังสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุรังอุตังและกอริลลา อุรังอุตังซึ่งอาศัยอยู่ในเกาะสุมาตรา และเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซีย กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก เพราะมันเคลื่อนไหวได้ช้าๆ อย่างสุขุมรอบคอบ จึงไม่ทันต่ออันตรายรอบด้าน ป่าอันเป็นถิ่นอาศัยของมันถูกทำลายไปแล้ว 80% ในช่วงเวลาเพียง 20 ปี ด้วยอะไรที่มนุษย์เรียกว่าการพัฒนา
เป็นลิงที่จัดอยู่ในระดับต่ำกว่า apes เล็กน้อย พฤติกรรมของมันจะอยู่กันเป็นคู่ผัวตัวเมีย อย่างซื่อสัตย์

ส่วนชิมแปนซี นับเป็นสัตว์ที่มี DNA ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ยังคงอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา ความที่เป็นลิงใหญ่ที่ปรับตัวได้เก่งที่สุด เคลื่อนไหวได้ว่องไว เอาตัวรอดเก่ง ทำให้มันมีประชากร มากกว่าอุรังอุตังและกอริลลา


วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิวัฒนาการจากลิงสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์

วิวัฒนาการจากลิงสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์


ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเสียก่อนว่า มนุษย์กับลิงนั้นมีบรรพบุรุษร่วมกัน หรือพูดง่ายๆ ว่า มนุษย์นั้นมีวิวัฒนาการมาจากลิง มนุษย์มีวิวัฒนาการแยกออกจากลิงเมื่อใด และก้าวล้ำลิงไปแค่ไหน ได้พยายามศึกษากันมานานแล้ว แต่ยังมีช่องว่างที่ไม่สามารถอธิบายได้อยู่หลายช่วงตอน ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบจากหินฟอสซิล จากชั้นหินชั้นดินทางธรณีวิทยา จากร่องรอยและชิ้นส่วนต่างๆ ในถ้ำ อาจสรุปได้ว่า มนุษย์เริ่มแยกจากลิงมาเมื่อ 2-3 ล้านปีก่อน เกิดวิวัฒนาการจากลิงเล็กมาเป็นลิงใหญ่ จากลิงใหญ่กลายมาเป็นมนุษย์ลิงและมนุษย์ปัจจุบัน ทุกวันนี้ทั้งมนุษย์และลิง ก็จะยังคงมีวิวัฒนาการต่อไปอีกเรื่อยๆเราน่าจะคอยระวังไว้ด้วยว่า จากนี้ไปลิงอาจจะมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้น ในขณะที่มนุษย์อาจมีวิวัฒนาการที่เสื่อมลงก็เป็นได้


การกำเนิดมนุษย์

การกำเนิดมนุษย์
มนุษย์ ( Homo sapiens )ถือกำเนิดบนโลก มากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ปี แต่ มนุษย์ เกือบสูญพันธุ์เมื่อ ๗๐ ,๐๐๐ ปีที่แล้ว เนื่องจากเกิด?ระเบิดของภูเขาไฟขนาดยักษ์ ( Super Volcano ) ชื่อ Toba ที่สุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย?ทำให้เกิดฝุ่นปกคลุมทั่วโลก และเกิดยุคน้ำแข็งนานกว่า ๗ปี ทำให้มนุษย์ล้มตาย เหลือเพียงกลุ่มเล็กๆ เพียงประมาณ ๒,๐๐๐ คน ที่แอฟริกา ในภาพ ผลจากการระเบิดทำให้เกิด?ทะเลสาป Toba?ความยาว ๑๐๐ ก.ม. กว้าง ๓๐ ก.ม. ลึก ๕๐๐ เมตร
              ส่วนประกอบของพันธุกรรมของประชากรที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน  โดยการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดขึ้นเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดอันเป็นผล มาจากปฏิกิริยาที่สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม  กระบวนการนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่มีการย้อนกลับเป็นอย่างเดิมอีก
จากหลักฐานซากดึกดำบรรพ์  นักบรรพชีวินได้คาดคะเนลำดับขั้นตอนการสืบสายวิวัฒนาการของมนุษย์ได้  ดังนี้
  ออร์เดอร์ ไพรเมต (Primate)ป็นออร์เดอร์หนึ่งในจำนวนทั้งหมด ๑๗ ออร์เดอร์ในคลาสแมมมาเลียการจำแนกสัตว์อยู่ในออร์เดอร์นี้ขึ้นอยู่กับลักษณะหลายๆลักษณะมารวมกันซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของสัตว์พวกนี้ในการอาศัยอยู่บนต้นไม้ ทำให้มีลักษณะมือขาและการใช้ประสาทรับความรู้สึกต่างๆให้เข้ากับการดำรงชีวิตในสิ่งเเวดล้อมดังกล่าวแต่มีวิวัฒนาการของบางลักษณะที่เป็นผลจากวิวัฒนาการในช่วงหลังๆที่เป็นไปเพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนพื้นดิน  ลักษณะของออร์เดอร์ไพรเมต คือมีนิ้ว ๕ นิ้ว ปลายนิ้วมีเล็บแบน นิ้วยาว นิ้วหัวแม่มือพับขวางกับนิ้วอื่นได้ดี สมองใหญ่ จมูกสั้นตาชิดกัน(ทำให้สามารถมองภาพจากสองตามาซ้อนกันเกิดเป็นภาพสามมิติซึ่งดีต่อการดำรงชีวิตอยู่บนต้นไม้)ขากรรไกรห้อยต่ำในออร์เดอร์ไพรเมตมีสมาชิกทั้งหมด ๑๘๐ สปีชีส์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลก ได้เเก่ มนุษย์ ลิงลม ลิงทาเซียร์ ลิงแสม ลิงมาโมเซต กอริลลา ชิมแพนซี และอุรังอุตัง
ลักษณะสำคัญของแฟมิลีโฮมินิดี(Hominidae) คือมีเขี้ยวเล็กและอยู่ในระดับเดียวกับฟันอื่นๆ เดิน ๒ ขา เนื่องจากเปลี่ยนวิถีชีวิตจากบนต้นไม้มาสู่พื้นดิน แต่ก่อนเคยคิดว่าประกอบด้วย จีนัสคือรามาเทคัส มนุษย์วานร มีรูปร่างค่อนข้างเล็ก สูงประมาณ๑ - .๕เมตร และหนักประมาณ ๖๘กิโลกรัม มีโครงกระดูกที่แข็งแรง และรูปแบบของฟันคล้ายมนุษย์ในปัจจุบัน บริเวณลำคัว อาจไม่มีขน ขณะวิ่งลำตัวจะตั้งตรง อยู่กันเป็นกลุ่ม๒๐ -๓๐ คน สามารถใช้หินหรือ เครื่องมือง่ายๆ เช่น กระดูกสัตว์ สำหรับล่าสัตว์ชนิดต่างๆ เป็นอาหารได้ นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ขุดพบซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ พวกนี้ที่บริเวณตอนใต้และตะวันออกของทวีปแอฟริกา จึงให้ชื่อว่า Australpithecus africanus ต่อมาจึงพบมนุษย์วานรพวกนี้อีก มีรูปร่างและขนาดใหญ่กว่า A.africanus จึงเรียกว่า A.robustus มนุษย์วานรชนิดนี้มีขากรรไกรขนาดใหญ่เทอะทะแสดงให้เห็นว่ากินพืชเป็นอาหาร จนกระทั่ง ค.ศ.๑๙๔๗ Donald Joanson ก็ได้ค้นพบมนุษย์วานรพวกนี้อีกชนิดหนึ่งบริเวณทางทิศเหนือของประเทศเอธิโอเปีย มีชื่อเรียกว่า A.afarensis ซึ่งถือว่ามี ความใกล้ชิดกับบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบันมาก Genus Homo เป็นไพรเมตที่สามารถประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีวิตได้แล้วถือว่าเป็นกลุ่มที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุด ได้แก่ มนุษย์ในปัจจุบัน ซึ่งมีสายวิวัฒนาการมาจากวานร แล้วเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ
จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของมนุษย์นั้นไม่หยุดนิ่ง มนุษย์รู้จักใช้เหตุผลเพื่อปรับปรุงการดำรงชีพให้เหมาะสม สามารถสร้างเครื่องมือนานาชนิดในการดำรงชีพมนุษย์รู้จักคิดและใช้ปัญหาในการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์โดยอาศัยปัญหาในอดีตเป็นแนวทางเพื่ออนาคตรู้จักริเริ่มการมีภาษาพูด  ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนาและจริยธรรมเมื่อรวมกลุ่มเป็นสังคมก็มีวัฒนธรรมแตกต่างกันไป ตามแต่ละท้องถิ่นสืบทอด หลายชั่วอายุตลอดมา มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
               สำหรับมนุษย์ในปัจจุบันนั้น นักวิทยาพบว่า มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากมนุษย์ในอดีตอยู่หลายประการ คือ
๑.ยืนตัวตรง เคลื่อนที่ด้วยขา ๒ ขา ช่วงขายาวกว่าช่วงแขน
๒.หัวแม่มือสั้นและงอ พับเข้ามาที่อุ้งมือได้ สามารถงอนิ้วทั้ง ๔ ได้ จึงใช้จับ ดึง ขว้าง ทุบ ฉีก แกะ และ
ทำกิจกรรมต่างๆได้ รวมทั้งการออกแบประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ได้
๓.กระดูกคอต่อจากใต้ฐานหัวกะโหลก กระดูกสันหลังโค้งเล็กน้อย เป็นรูปตัวเอสและสมองมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับร่างกาย หน้าสั้นแบน หน้าผากค่อนข้างตั้งตรงขากรรไกรสั้น
๔.กระดูกสะโพกกว้าง ใหญ่และแบนให้กล้ามเนื้อเกาะเพื่อให้ลำตัวตั้งตรงเท้าแบนร่างกายไม่ค่อยมีขนแนวฟันโค้งเกือบเป็นรูปครึ่งวงกลม
การศึกษาค้นคว้าเปรียบเทียบซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ในอดีต    นอกจากทำให้นักมนุษย์วิทยาทราบความเป็นมา ของบรรพบุรุษมนุษย์ในอดีตแล้ว  ยังทำให้สามารถอธิบายถึงความเป็นอยู่ และการดำลงชีวิตของมนุษย์ในแต่ละยุดได้อีกด้วย  คือ
๑.  การอยู่เยี่ยงเดรัจฉาน ( savagery ) เป็นยุดที่มนุษย์เพศชายยังทำหน้าที่ล่าสัตว์และแสวงหา พืช  ผัก ผลไม้เป็นอาหารตามธรรมชาติ  แบ่งออกเป็น ๓ ระยะ
๑.๑  ระยะก่อนรู้จักใช้ไฟและภาษา  ตรงกับยุดหินเช่นเก่า  ( Eolithic )  พบในมนุษย์พวก Homo  habilis
๑.๒  ระยะรู้จักใช้ไฟและภาษา   ตรงกับเก่าเช่นกัน  มนุษย์พวกนี้รู้จักใช้ถํ้าเป็นที่อยู่  อาศัย  ได้แก่  พวกมนุษย์  Homo   erectus  ซึ่งก็คือ มนุษย์ชวาและมนุษย์ปักกิ่ง นั้นเอง
๑.๓  ระยะรู้จักประดิษฐ์ธนูและลูกศร  ตรงกับยุดหินกลาง มนุษย์พวกนี้รู้จักการใช้หนังสัตว์เป็นเครื่องนุ่งห่มได้แก่ มนุษย์Homo  sapiens
๒.การอยู่อย่างป่าเถื่อน(Babarism)เป็นบยุคที่มนุษย์รู้จักการใช้โลหะทำเครื่องมือ ทำการเกษตรกรรม  ทอผ้า  สังคมในยุคนี้มีระบบทาส  เพศชายมีภรรยาได้หลายคน และทำหน้าที่ปกครองส่วนเพศหญิงทำหน้าที่เป็นแม่บ้านแบ่งเป็น ๓ ระยะคือ
๒.๑ ระยะแรกประมาณ ๑๒๐๐๐  ปีมาแล้ว ยุคนี้มนุษย์รู้จักการปลูกบ้านสร้างเรือนเพื่ออยู่อาศัย รู้จักใช้ขวานมีด้ามและใช้เครื่องปั้นดินเผา
๒.๒ ระยะกลางประมาณ ๑๐๐๐๐  ปีมาแล้วมนุษย์ยุคนี้รู้จักการเลี้ยงสัตว์การเกษตรกรรมรู้จักใช้สัตว์ช่วยในการไถนาหรือบรรทุกสิ่งของ
๒.๓ ระยะหลังประมาณ ๗๐๐๐ ปีมาแล้ว มนุษย์รู้จักใช้โลหะทำอาวุธหรือเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ
๓.การอยู่อย่างมีอารยธรรม(Civilization)เป็นยุคที่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรง มีการใช้ตัวอักษรในการสื่อความหมาย สังคมเปลี่ยนจากเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม

Web master



นางสาวสุดฤทัย  ชัยแสงฤทธิ์
อาจารย์ประจำวิชา
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานหนือ



นายชาญชัย  บุตรแก้ว
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ
ตำแหน่ง อาจารย์แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานหนือ


นายณัฐพล นามแสน
ผู้จัดทำโครงการ
นักศึกษา
วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานหนือ